เรียนไบนารี่ออฟชั่น

บทความ เรียนไบนารี่ออฟชั่น นี้ มาจากประสบการณ์การเทรดส่วนตัวของผู้เขียนเอง เพื่อเป็นคู่มือให้ผู้เริ่มต้นสำหรับคนไทยโดยเฉพาะ(อธิบายเป็นภาษาไทย)

ไบนารี่ออฟชั่น

คำว่า “ไบนารี่ออฟชั่น” หรือ “BINARY OPTION” เป็นคำที่มีความหมายเดียวกัน จะค้นหาคำไหนก็ได้ครับ

อยากรู้คำตอบค้นหาได้จากบทความนี้ครับ  : BINARY OPTION คืออะไร 

สำหรับท่านที่อ่านบทความนี้เป็นบทความแรก  และไม่มีความรู้พื้นฐานการสร้างรายได้ออนไลน์ด้วยการเทรด มาก่อนเลย ถ้าต้องการเข้าใจให้ดียิ่งขึ้น แนะนำให้อ่านบทความ 3 บทความที่แนะนำ ข้างล่างนี้ก่อนครับ

วิธีหารายได้เสริมออนไลน์
เทรดไบนารี่ออฟชั่นให้ได้กำไร
เทรด option คือ

เรียนไบนารี่ออฟชั่น

เรียนไบนารี่ออฟชั่น

เนื้อหาในบทความ เรียนไบนารี่ออฟชั่น ในอนาคตจะจัดทำเป็นคู่มือสำหรับให้ผู้สนใจได้นำไปศึกษาและเรียนรู้ โดยเฉพาะนำไปเป็นแนวทางในการฝึกการเทรดเพื่อสร้างกำไรได้ด้วยตัวเอง

ผู้เขียนได้ทำ ROADMAP (เส้นทาง) ไว้อย่างชัดเจนแล้ว(แบ่งปันจากประสบการณ์โดยตรง) เลือกอ่านได้ตามหัวข้อ ดังนี้

เรียนรู้

เรียนรู้ตัวเอง

เรียนรู้อย่างไร  และเรียนรู้อะไรบ้าง

  • เรียนรู้ เป้าหมายของตัวเอง ได้ตั้งไว้อย่างไร
  • เรียนรู้ วิธีคิดของเรา รองรับที่จะเทรด ไบนารี่ออฟชั่นหรือไม่
  • เรียนรู้ ระดับการยอมรับความเสี่ยงของตัวเราเอง ว่าได้แค่ไหน
  • เรียนรู้ นิสัยของตัวเอง อารมณ์ เป็นคนใจร้อน โมโห ง่ายไหม
  • เรียนรู้ ชีวิตประจำวันของเรา  ทำงานประจำ หรือทำธุรกิจส่วนตัว

ตั้งเป้าหมายของตัวเอง

  • นี่คือโจทย์การสร้างรายได้เงินของผมครับ
    • ทำงานเสริมหลังเลิกงานได้ ไม่รบกวนงานประจำ
    • ทำที่บ้านได้ ไม่ต้องเดินทาง /ทำที่ไหนก็ได้
    • ใช้เวลาในการหารายได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง
    • รายได้ไม่มีเพดาน อยู่ที่ทักษะของเรา
    • ใช้เงินทุนต่ำ สามารถจัดการความเสี่ยงได้
  • เป้าหมายทางการเงินของตัวเอง มีข้อแนะนำดังนี้
    • สำหรับคนทำงานประจำ ให้ตั้งเป้าหารายได้เสริมออนไลน์จากการเทรด อีกช่องทางครับ(ไม่แนะนำให้ลาออกมาเทรดในทันที)
    • สำหรับคนทำงานประจำ ตั้งเป้ารายได้จากการเทรด แนะนำตั้งให้เท่ากับรายได้ประจำก็ได้ ตัวอย่างเช่น  มีรายได้จากเงินเดือน 20,000 บาท ก็ตั้งเป้ารายได้จากการเทรด 20,000 บาท ครับ (ข้อแนะนำ การตั้งเป้าเป็นเพียงการสร้างเป้าหมาย ให้เกิดความชัดเจนกับตัวเองมากขึ้น การทำกำไรเดือนละ 20,000 บาท ในระยะแรกอาจจะยังไม่ได้ตามเป้าหมาย แต่เราสามารถฝึกฝนให้ไปถึงเป้านั้นได้ในอนาคต นั่นเอง และไม่ควรเร่งมากเกินไปเพราะจะทำให้เกิดความโลภ มีผลต่ออารมณ์การเทรดครับ)
    • สำหรับผู้ที่กำลังเรียนหนังสือ การตั้งเป้าหมายแนะนำให้ตั้งเป้า โดยตั้งเป้ารายได้จาการเทรด โดยไม่ต้องขอเงินจากผู้ปกครอง เช่น ผู้ปกครอง ให้เงินใช้จ่าย เดือนละ 10,000 บาท ก็สามารถตั้งเป้าหมายให้มีรายได้จากการเทรด เดือนละ 10,000 บาท เป็นเป้าหมายแรก ก็ได้ครับ
    • นอกจากตั้งเป้าหมายรายได้ที่เป็นตัวเลขชัดเจนแล้ว ต้องตั้งเป้าหมาย การเรียนรู้ และการฝึกฝน ให้ชัดเจนด้วย โดยเฉพาะต้องกำหนดเวลาไว้ให้ครับ(นี่คือหัวใจสำคัญการตั้งเป้าหมาย)

ปรับวิธีคิดของเราให้รองรับการเทรด Binary Option

  • วิธีคิดที่ไม่ควรนำมาใช้กับการเทรด
    • อยากได้เงินมากขึ้น ต้องเทรดนานขึ้น
    • ไปกู้ยืมเงินมาเป็นทุนในการเทรด
    • เรียนเทคนิคแล้วเทรดทำกำไรทันที
    • เทรดเพราะอยากรวยเร็วๆ รวยข้ามคืน
  • วิธีคิดที่ควรนำมาใช้ในการเทรด
    • ใช้เวลาเทรดให้น้อยที่สุด :  การเทรด binary option เป็นการเทรดที่มีความผันผวนสูง จึงมีความเสี่ยงสูงตาม ผลตอบแทนจึงสูงตาม ดังนั้นการอยู่ในตลาดนานเกินไปย่อมมีความเสี่ยงสูงเป็นธรรมดา  ดังนั้น การลดความเสี่ยงจึงไม่ควรอยู่ในตลาดนานเกินไป อีกทั้ง การเทรดนานเกินไปย่อมทำให้สมาธิเราไม่พอ เมื่อยล้า ส่งผลต่ออารมณ์ในการเทรดเป็นอย่างมาก ก็ย่อมส่งผลต่อการเทรดในที่สุด จึงแนะนำ เทรดไม่เกิน 1 ชั่วโมง/วัน
    • ใช้เงินทุนน้อยที่สุด : เป็นหนึ่งวิธีคิดที่สำคัญที่สุด ในการบริหารจัดการความเสี่ยง แม้เราจะมีทุนเยอะ ก็ไม่ควรนำไปลงทุนทั้งหมด จากประสบการณ์การเทรด จะลงทุนไม่เกิน 5-10 % แม้จะยอมรับความเสี่ยงได้มากกว่านี้ก็ตาม
    • ทำกำไรให้มากที่สุด(เท่าทักษะตัวเอง) :  การเทรด เป็นการใช้เงินต่อเงิน หรือใช้เงินทำงาน ดังนั้นภายใต้เวลาและเงินทุน เราสามารถปั้นทุนน้อยไปทุนมากขึ้นได้ ซึ่งก็ต้องอยู่ในความพอดีของทักษะการเทรดของตัวเราเองด้วย (ไม่ OVER TRADE )
    • ต้องใช้เงินเย็นมาเทรด :  เงินเย็น คือ เงินที่เราแยกออกมาเพื่อลงทุนโดยเฉพาะ พร้อมที่จะได้กำไร ขาดทุน โดยที่เราไม่เดือดร้อนครอบครัว
    • นักเทรดฝึกเป็นนักวิ่งมาราธอน :  นักวิ่งมาราธอน คือ คนที่ยึดทน มีความพยายาม ความเพียรสูง ค่อยวิ่งไปสม่ำเสมอ มีวินัย แข่งกับตัวเอง เมื่อเข้าเส้นชัย ได้รางวัลทุกคน
    • การเทรดไม่ใช่เส้นทางรวยลัด หรือรวยข้ามคืน : การเทรด เหมือนกับอาชีพอื่นๆ ที่ต้องใช้ทักษะ อาศัยประสบการณ์ วิธีคิดแบบนี้จะช่วยให้ไม่โลภ และมีความเพียรมากขึ้น มืออาชีพมากขึ้น
    • ต้องฝึกวินัยและอารมณ์ด้วย : การลงทุนด้วยเงินจริง จะมีความรู้สึกต่างๆ โดยเฉพาะกลัวแพ้ กลัวขาดทุน โมโห ใจร้อน ใจสั่น อารมณ์ทั้งหมดนี้ทำให้มีผลต่อการเทรด และการฝึกวินัยจะช่วยให้เราควบคุมอารมณ์เทรดได้ดีและเป็นการบริหารจัดการความเสี่ยงได้ด้วย  ผู้เริ่มต้นส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดเสมอว่า เรียนเทคนิคอย่างเดียวก็สามารถทำกำไรได้ ความจริงที่เกิดขึ้น คือ ได้บ้างไม่ได้บ้างตามอารมณ์ส่วนใหญ่ก็จะขาดทุน สิ่งที่จะทำให้เราอยู่รอดในตลาดได้คือ ฝึกวินัยและอารมณ์ ประกอบด้วย

ระดับการยอมรับความเสี่ยงในการลงทุน ด้วยการเทรดไบนารี่ออฟชั่น

    • การยอมรับความเสี่ยง มี 2 ประเภท
      • ยอมรับความเสี่ยงวัดจาก สถานภาพทางการเงิน
      • ยอมรับความเสี่ยงวัดจาก สภาพจิตใจ
    • บางคน เงินเยอะ  แต่สภาพจิตใจยอมรับความเสี่ยงได้น้อย
    • บางคน เงินเยอะ และสภาพจิตใจยอมรับความเสี่ยงได้มาก
    • บางคน เงินน้อย และสภาพจิตใจยอมรับความเสี่ยงได้น้อย
    • บางคน เงินน้อย แต่สภาพจิตใจยอมรับความเสี่ยงได้มาก
    • ให้สังเกตว่าเราเป็นประเภทไหน ดังนั้น ในการเทรดต้องมีการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับความเสี่ยงทั้งสองประเภท

นิสัยของตัวเอง อารมณ์ เป็นคนใจร้อน โมโห ง่ายไหม

    • อารมณ์ที่มีผลต่อการเทรดหลักๆ
      • อารมณ์ ใจร้อน
      • อารมณ์ โลภ
      • อารมณ์  โมโห อยากเอาคืน
    • อารมณ์มีผลต่อการเทรดยังไง
      • อารมณ์ร้อน จะทำให้เราเทรดไม่ตามรูปแบบที่ฝึกฝนมา
      • อารมณ์ โลภ จะทำให้เราเทรดได้แล้วอยากได้อีก
      • อารมณ์ โมโห แพ้แล้วอยากได้คืน เอาทุนคืน

ชีวิตประจำวันของเรา  ทำงานประจำ หรือทำธุรกิจส่วนตัว

    • สำหรับทำงานประจำ  ก็จะทำงานโดยส่วนใหญ่ 8.00-16.00 น.
      • ก็จะไม่สามารถเทรดได้ในเวลาทำงาน
      • แต่จะเทรดได้หลังเลิกงาน  16.00 น.เป็นต้นไป
    • สำหรับนักศึกษา เรียนมหาวิทยาลัย ก็จะเรียน 8.00-16.00 น.
      • ก็จะไม่สามารถเทรดได้ในเวลาเรียน
      • แต่จะเทรดได้หลังเลิกเรียน 16.00 น. เป็นต้นไป
    • ช่วงเวลาในการเทรด สำหรับคนที่ไม่ว่างตอนกลางวัน  แนะนำดังนี้
      • เทรดกลางคืน 20.00-23.00 น.
      • เทรดเสาร์-อาทิตย์ (OTC)

เรียนรู้เครื่องมือ

เรียนรู้อะไรบ้าง  และเรียนรู้อย่างไร

  • เรียนรู้ BROKER คืออะไร
  • เรียนรู้ เทคนิคการเลือก BROKER อย่างไร
  • เรียนรู้ เครื่องมือ ที่ช่วยในการเทรดทำกำไร

BROKER คืออะไร : คือ ผู้ให้บริการซื้อขายสินทรัพย์ต่างๆในรูปแบบการซื้อขาย binary option นั่นเอง  โบรกเกอร์ที่ให้บริการในการเทรด มีค่อนข้างเยอะพอสมควร แต่ที่คนไทยนิยมกันก็มี 2-3 โบรกเกอร์

เทคนิคการเลือก BROKER BINARY OPTION

  • เลือก  ความน่าเชื่อถือ
  • เลือก  ฝาก-ถอน สะดวก
  • เลือก  ธนาคารไทย รองรับ
  • เลือก  รองรับภาษาไทย
  • เลือก  support ภาษาไทย

เครื่องมือช่วยเทรดทำกำไร (PLATFORM BROKER)

  • ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เครื่องมือช่วยเทรด แต่ละ BROKER ก็จะมีหน้าตาแตกต่างกันไป  แต่คุณสมบัติของเครื่องมือก็เหมือนกัน
  • เครื่องมือสำคัญ สำหรับผู้เริ่มต้น มีดังนี้
    • การเพิ่ม-ลด สินทรัพย์ที่จะเทรด
    • การวิเคราะห์ข่าวการลงทุน
    • ปุ่มกด ซื้อ-ขาย
    • การเพิ่ม-ลด จำนวนเงินลงทุน
    • การเพิ่ม-ลด เวลาเทรด
    • การเปลี่ยนบัญชีจริง-บัญชีทดลอง
    • การฝาก-ถอนเงิน
    • การเปลี่ยนรูปแบบกราฟ
    • การตีเส้นเทรน
    • การตีเส้นแนวรับแนวต้าน
    • การตั้งค่าตัวชี้วัด (อินดิเคเตอร์)
    • การเพิ่ม-ลด กรอบเวลา

เรียนรู้ตลาด

เรียนรู้อะไรบ้าง  และเรียนรู้อย่างไร

  • เรียนรู้ การเทรด OPTION คืออะไร
  • เรียนรู้ การเทรด ไบนารี่ออฟชั่น (Binary option ) คืออะไร
  • เรียนรู้ การสร้างกำไรได้จริงไหม จะยึดเป็นอาชีพในอนาคตเราได้ไหม
  • เรียนรู้ พื้นฐาน  กราฟเคลื่อนที่ได้อย่างไร
  • เรียนรู้ พื้นฐาน  แรงซื้อ-แรงขาย คืออะไร มาจากไหน
  • เรียนรู้ พื้นฐาน  คลื่นและธรรมชาติของคลื่น
  • เรียนรู้ พื้นฐาน  แนวโน้ม หรือ TREND
  • เรียนรู้ พื้นฐาน  แนวรับแนวต้าน

การเทรด OPTION คืออะไร : ในส่วนนี้ผมได้แนะนำบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตรงแล้ว แต่หากยังไม่ได้อ่าน แนะนำให้อ่านก่อนครับ : OPTION คือ?

การเทรด ไบนารี่ออฟชั่น คืออะไร : ในส่วนนี้ผมได้แนะนำบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตรงแล้ว แต่หากยังไม่ได้อ่าน แนะนำให้อ่านก่อนครับ : ฺBINARY OPTION คือ?

การเทรด ไบนารี่ออฟชั่น ได้เงินจริงไหม : ในส่วนนี้ผมได้แนะนำบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตรงแล้ว แต่หากยังไม่ได้อ่าน แนะนำให้อ่านก่อนครับ : ฺเทรดแล้วได้เงินจริงไหม?

พื้นฐานกราฟเคลื่อนที่ได้อย่างไร

ที่มาของกราฟ

อธิบาย ที่มาของกราฟ ดังนี้

  1. นี่คือภาพ กราฟ USD/JPY จาก ทั้ง 3 BROKER
  2. กราฟแท่งเทียน 1 นาที เวลาเดียวกัน
  3. ทั้ง 3 broker นำกราฟมาจากตลาด Forex (ตลาดซื้อขายสกุลเงิน)
  4. กราฟจะเคลื่อนที่จากแรงซื้อขาย ตลาดนั้นๆ ก็จะมีลักษณะเหมือนกัน
  5. เราจะเทรด broker ไหน ก็เทรดได้เช่นกันครับ กราฟเดียวกัน

พื้นฐาน แรงซื้อ-แรงขาย คืออะไร มาจากไหน

กราฟเคลื่อนที่ได้อย่างไร

อธิบาย แรงซื้อ-แรงขาย ดังนี้(ตามภาพ)

  1. กราฟนี้เป็นกราฟ การซื้อขาย USD/JPY (หมายเลข 1)
  2. แรงซื้อ  หมายถึง ซื้อ USD  หากซื้อมากกว่า ขาย กราฟก็จะวิ่งขึ้น เมื่อนำกราฟแต่ละแท่งเทียนมาต่อกัน ก็จะมองเห็นเป็นแนวโน้มขาขึ้น (แรงซื้อมากกว่าแรงขาย) (หมายเลข 2)
  3. แรงขาย หมายถึง ขาย USD หากขายมากกว่า ซื้อ กราฟก็จะวิ่งลง เมื่อนำกราฟแต่ละแท่งเทียนมาต่อกัน ก็จะมองเห็นเป็นแนวโน้มขาลง (แรงขายมากกว่าแรงซื้อ)
  4. ข้อสังเกต  กราฟวิ่งขึ้นหรือลง  แท่งเทียนจะมีลักษณะแตกต่างกัน(เนื้อเทียนและใส้เทียน) /อาจจะมีเขียวแดงสลับไป (หมายความว่า แม้กราฟจะวิ่งขึ้น-ลง แต่ระหว่างทาง ก็มีการซื้อ-ขายตลอดเวลา เพียงแต่ ในช่วงเวลานั้น มีแรงซื้อ หรือแรงขายมากกว่า เท่านั้นเอง)
  5. ข้อสังเกต  คำว่า ซื้อ USD  ขณะเดียวกัน ก็คือ ขาย JPY  / คำว่าขาย USD ขณะเดียวกัน ก็คือ ซื้อ JPY นั่นเอง(เพราะเป็นกราฟระหว่าง USD/JPY หากคู่สกุลอื่นก็เปรียบเทียบคู่นั้นๆไป)

พื้นฐาน คลื่นและธรรมชาติของคลื่น

คลื่นและธรรมชาติ

อธิบาย คลื่นและธรรมชาติของคลื่น ดังนี้

  1. คลื่น คือ ความต่อเนื่องของแรงซื้อแรงขายในตลาด กราฟก็จะมีลักษณะ วิ่งขึ้นวิ่งลงตามแรงซื้อขายนั่นเอง
  2. ธรรมชาติของคลื่น  สังเกตได้ 2 ลักษณะสำคัญ ดังนี้
    • หมายเลข 1 ธรรมชาติของมัน(กรณีเทรนขึ้น ก็จะวิ่งเป็นกรอบ (TRACK)
    • หมายเลข 2 ธรรมชาติของมัน จะวิ่งมาทดสอบ TREND LINE เสมอ
  3. การนำไปใช้ประโชน์ หมายเลข 3 เมื่อกราฟวิ่งหลุด TREND LINE ทำให้เราทราบว่า
    1. แรงซื้อ เริ่มจะหมดแรงแล้ว  แรงขายจะเข้ามาแทน
    2. เทรนขึ้น จะเริ่มเปลี่ยนแปลงแล้ว อาจจะพักตัว หรือ เปลี่ยนเป็นเทรนลง
    3. สามารถนำจุดสังเกตนี้เป็นจุดทำกำไรก็ได้

พื้นฐาน แนวโน้มของตลาด (TREND)

แนวโน้มขึ้น

อธิบาย UP-TREND ดังนี้

  1. เทรนขึ้น  หมายถึง แรงซื้อ มากกว่าแรงขาย
  2. ในช่วงเวลาหนึ่ง สังเกตได้จาก กราฟยกตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ
แนวโน้มขาลง

อธิบาย DOWN-TREND ดังนี้

  1. เทรนลง หมายถึง แรงขาย มากกว่าแรงซื้อ
  2. ในช่วงเวลาหนึ่ง สังเกตได้จาก กราฟลดตัวต่ำลงเรื่อยๆ
side-way

อธิบาย SIDEWAY ดังนี้

  1. SIDE-WAY คือ แรงซื้อ-แรงขาย มีแรงพอๆกัน
  2. ในช่วงเวลาหนึ่ง กราฟจะวิ่งไปด้านข้าง ไม่ยกตัวหรือลดตัว

พื้นฐาน แนวรับ-แนวต้าน (Support-Resistance)

แนวรับแนวต้าน

อธิบาย แนวรับ-แนวต้าน ดังนี้

แนวรับ-แนวต้าน คือ โซนราคาที่มีผลต่อการเคลื่อนที่ของกราฟ

  1. หมายเลข 1 แนวต้าน ต้านไว้ไม่ให้กราฟวิ่งขึ้นได้ต่อไปอีก มีผลทำให้กราฟพักตัวหรือเปลี่ยนจากขาขึ้นเป็นขาลงได้
  2. หมายเลข 2  แนวรับ  รับแรงไว้ไม่ให้กราฟวิ่งลงไปต่ออีก มีผลทำให้กราฟพักตัวหรือเปลี่ยนจากขาลงเป็นขาขึ้นได้ สังเกตว่า มีการพยายมทดสอบแนวนี้หลายครั้ง ก็ยังไม่ผ่าน แนวนี้ถือว่าแข็งแรง
  3. หมายเลข 3 แนวต้าน ที่ทำให้กราฟพักตัว แล้วค่อยขึ้นต่อ อาจไม่แข็งแรงมาก
  4. หมายเลข 4 แนวรับ ให้สังเกตว่า แนวต้านเก่า หมายเลข 3 ก็อาจจะกลายมาเป็นแนวรับใหม่หมายเลข 4 ได้
  5. สังเกตว่า  แนวรับ-แนวต้าน มีเยอะแยะมากมาย  หากจะตีเส้น ก็ลายตาแน่นอน ดังนั้นผู้เริ่มต้นควรฝึกเลือกแนวรับ-แนวต้านที่มีผลต่อแนวโน้ม เพื่อที่จะสร้างจุดเข้าทำกำไรต่อไป

เรียนรู้เทคนิคทำกำไร

เรียนรู้อะไรบ้าง  และเรียนรู้อย่างไร

  • เรียนรู้ การสร้างเทคนิคการเทรด
  • เรียนรู้ การเลือกเทคนิคให้เหมาะกับตัวเอง

การสร้างเทคนิคการเทรดให้ชนะตลาด

  1. ผู้เริ่มต้น แนะนำ ให้เทรดตามแนวโน้ม
  2. ผู้เริ่มต้น ต้องเข้าใจพื้นฐานที่ได้กล่าวมาข้างต้นก่อน จะทำให้เข้าใจเทคนิคหรือจุดทำกำไรได้ดีขึ้น
  3. ผุ้เริ่มต้น ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ทำไมถึงชนะ  หรือแพ้

การเลือกเทคนิคให้เหมาะกับตัวเอง

สำหรับผู้เริ่มต้น เมื่อท่านศึกษามากขึ้น ก็จะเข้าใจตลาดมากขึ้น แนะนำให้ท่านลองเทรดดูก่อนหลายๆแบบ จากนั้นในการเลือกเทคนิคที่จะมาฝึกฝนทำกำไรนั้น อาจจะคิดหรือสร้างขึ้นมาเอง  หรือไม่ก็ไปเรียนกับนักเทรดที่อยู่ในตลาดก็จะเปิดสอนกันหลายเทคนิคครับ  ก่อนที่จะเลือกเรียนก็มีเทคนิคการตัดสินใจ ดังนี้

  1. ตอบคำถามว่า  ท่านชอบกราฟแท่งเทียน  หรือ  กราฟเส้น
  2. ตอบคำถามว่า  ท่านชอบเทรด 1 นาที หรือ มากกว่านั้น
  3. ตอบคำถามว่า  ท่านชอบใช้ indicator  หรือไม่

สูตรไบนารี่ออฟชั่น

สูตรเทรดมือใหม่

หลายท่านที่เป็นมือใหม่ คงยังนึกไม่ออกว่าจะใช้เทคนิคอะไรดี ผมมีสูตรเทรดไบนารี่ออฟชั่น ในการหาจุดทำกำไร สามารถฝึกตามได้ทันที

แจกฟรี!!! : สูตรเทรดไบนารี่ออฟชั่น

ฝึกฝน

ฝึกฝนเทคนิค

  • ฝึกฝน  1เทคนิค 1 กลยุทธ์ ให้ชำนาญคล่อง
  • ผู้เริ่มต้นไม่แนะนำ ให้ใช้เทคนิคหลายรวมกันในการเทรด
  • ฝึกฝน ด้วย บัญชีทดลอง (DEMO)
  • ฝึกฝน ให้สามารถชนะตลาดได้ 100 %
  • ฝึกแบบนี้จะทำให้เราจับจังหวะ Style การเทรดของตัวเองได้
  • ฝึกแบบนี้จะทำให้ค้นพบท่าไม้ตาย ของตัวเองเจอ
  • ฝึกเพียงเทคนิคยังไม่สามารถทำกำไรได้แบบมืออาชีพ ท่านต้องฝึกวินัยและอารมณ์ด้วยเสมอ

ฝึกฝนอารมณ์เทรด

real

รูปที่ 1

บัญชีจริง

DEMO

รูปที่ 2

บัญชีทดลอง

ถ้าสมมุติว่า นี่คือ บัญชีของท่านเอง บัญชีจริง และบัญชีทดลอง(รูปทั้ง 2 นำมาจากเวปไซต์ IQ OPTION เพื่อเป็นตัวอย่างศึกษาเท่านั้น)

  • รูปที่ 1 ท่านฝากเงินเข้าจำนวน 5,000 $ (ประมาณ 150,000 บาท)
  • รูปที่ 2 เงินทดลองฝึกเทรด 10,000 $ (ฝากใหม่ได้ตลอดไว้ทดลองเทรด)

ถามว่า บัญชีไหนทำความกดดันให้ท่านรู้สึกสั่นๆ กล้าๆกลัวๆ กลัวเสีย มือสั่นใจสั่น ครับ(รูปที่ 1 หรือรูปที่ 2 ) ท่านคงได้คำตอบแล้วใช่ไหมครับ (นี่คือเหตุผลว่า ทำไมต้องฝึกอารมณ์การเทรด)

  • การเทรด หากมองอีกมุม คือ ตลาดอารมณ์
  • ชนะอารมณ์ตัวเองได้ ก็จะชนะตลาด
  • ควรเทรดด้วย เงินจริง ขั้นต่ำ 1 $ (ลดความเสี่ยง)
  • ฝึกสังเกต อารมณ์ที่เกิดขึ้นขณะทำการเทรด(ใจร้อน ใจสั่น โมโห โลภ)
  • ฝึกจับอารมณ์ที่เกิดขึ้น ถ้ามีอารมณ์รุนแรง ควรงดเทรด

ฝึกฝนวินัยเทรด

  • วินัยช่วยให้เราจัดการความเสี่ยงได้ดีขึ้น
  • วินัยช่วยสร้างจิตใต้สำนึกในการเทรด
  • วินัยช่วยสร้างนิสัยการเทรดที่ดี
  • วินัยช่วยควบคุมอารมณ์เทรดได้ดีขึ้น
  • วินัยช่วยให้เราให้ความสำคัญกับ แต่ละ ORDER ไม่เทรดฟุ่มเฟือย
  • แนะนำการสร้างวินัยการเทรด เช่น ใน 1 วัน ต้องตั้งเป้าไว้ว่า จะเทรด 3-5 ไม้ ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็จะหยุดเทรด

ฝึกฝนการขยายผังการเงิน

  • เทคนิคที่ผมใช้ คือ EVEREST CONCEPT
  • เทคนิคนี้มาจาก การไต่เขา นั่นเอง
  • ช่วยให้ใจไม่สั่น เมื่อลงทุนมากขึ้น
  • เป็นส่วนหนึ่งในจิตวิทยาการเทรด
  • ฝึกขยายทุนเทรด เช่น เทรดไม้ละ 1 $ -5$-10$ ……เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
  • เป็นหลัก คานผ่อนแรง เทรดเท่าเดิม แต่เพิ่มเติมคือกำไรมากขึ้น
  • ช่วยให้เราสามารถปั้นพอตเพิ่มขึ้นได้ดีขึ้น

ฝึกฝนการปั้นพอต

  • ฝึกการปั้นพอตเงินทุน ช่วยลดความเสี่ยง
  • ฝึกปั้นเงินทุนน้อยๆ เช่น จาก 10 $ ไป 100 $ เป็นต้น
  • ช่วยให้ผู้เริ่มต้นที่มีทุนน้อย สามารถสร้างกำไรได้
  • หมดข้ออ้าง ที่ว่า “ไม่มีเงินลงทุน”
  • เป็นหลักการ เอาเงินต่อเงิน ที่แท้จริง

การเรียนรู้ อย่างเป็นระบบ เป็นขั้นตอน ช่วยให้ผมอยู่รอดในตลาด นี่คือ อาชีพนักเทรด ในสายตาของผม

เทรดไบนารี่ออฟชั่นให้ได้กำไร

เทรดไบนารี่ออฟชั่นให้ได้กำไร

บทความนี้ผมได้แนะนำไว้ข้างต้นแล้ว ถ้ายังไม่ได้อ่าน จึงนำมาแนะนำอีกครั้ง อ่านแล้วจะเข้าใจมากขึ้นว่า เทรดไบนารี่ออฟชั่นให้ได้กำไร มีเส้นทางเดินอย่างไร

อ่านเพิ่มเติม : เส้นทางนักเทรด

สร้างกำไร

การตั้งเป้านักเทรด

อยู่รอดในตลาด

  • เป้าหมายแรก ที่เราต้องตั้งคือ  รอดในตลาด
  • อยู่รอดในตลาด กำไรจะไม่เยอะ แต่จะไม่ล้างพอต หรือขาดทุนจนยอมรับความเสี่ยงไม่ได้
  • ถ้ายังไม่รอดในตลาด ก็ลองย้อนอ่านเนื้อหาข้างต้น เราต้องฝึกส่วนไหนเพิ่มเติม
  • สิ่งที่มือใหม่เข้าใจคลาดเคลื่อน คือ เมื่อแพ้ตลาด และไปหาเทคนิคใหม่เรื่อยๆ ซึ่งไม่ใช่ทางออกที่ดีมากนัก
  • จะอยู่รอด ต้องฝึกเทคนิค ฝึกอารมณ์ และวินัย รวมทั้งมีการบริหารการเงิน

เป็นอาชีพเสริม

  • ตั้งเป้าให้เท่ากับ รายได้จากงานประจำ
  • หากเรามีเงินเดือน 15,000 ก็ตั้งเป้ากำไรจากการเทรด 15,000 บาทต่อเดือน
  • มีกำไรประมาณ วันละ 500-1000 บาท
  • เป็นรายได้เสริมอีกทางได้ ดีกว่าไม่มีเลย

เป็นนักเทรดเต็มตัว

  • เป็นการตั้งเป้าที่จะยึดอาชีพเทรด เป็นอาชีพหลัก
  • เป็นเป้าหมายเฉพาะบุคคล
  • บางคนอาจจะทำงานอื่นร่วมด้วยก็ได้ เพราะการเทรดจริงๆ ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมงต่อวันอยู่แล้ว ไม่กระทบงานประจำ
  • ถ้าใช้เวลาเทรด เกิน 1 ชั่วโมง ผมถือว่าไม่ใช่วิธีการเทรดที่ดี สติ จะลดลงไป อารมณ์ใจร้อนจะเข้ามาแทน ทำให้การเทรดมีประสิทธิภาพที่ลดลง

สรุป

การเรียนเทรดไบนารี่ออฟชั่น ควรเรียนอย่างเป็นระบบ และเป็นลำดับขั้นตอน และฝึกฝนให้ชำนาญ เสียก่อน ไม่ควรตั้งเป้าให้เกิดความโลภในการเทรด บทความข้างต้นเป็นเพียงอธิบายภาพรวมเท่านั้น หากท่านสนใจสามารถอ่านบทความได้ตามที่ได้แนะนำไว้ตามลำดับ จะทำให้เข้าใจละเอียดมากขึ้นครับ